วันพุธที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ใส่ถุงเท้าแบบนี้ถือว่าผิดระเบียบ

เรื่องเยอะเนอะ!! ใส่ถุงเท้าแบบนี้ถือว่าผิดระเบียบ ตีกรอบเด็กทำไมเยอะแยะ

ดช. ข้าวฟ่าง โพสต์เรื่องนี้
โอยยยย ~
ต้องทำถุงเท้าโรงเรียนขายเองรึไง ? จะได้ถูกระเบียบ !
แค่ซื้อถุงเท้าสีขาวใส่ไปเรียนก็ถือว่าเรียบร้อยแล้วครับ
ที่ควรจะด่าว่าผิดระเบียบ คือคนที่ไม่ใส่ถุงเท้าไปเรียน
มีอะไรก็ใส่อันนั้น เราบ้านจน .. แต่โตมาก็ไม่ได้โง่นะ

กฏระเบียบที่มีเราทำตามนะ แต่บางอย่างมันเยอะไป
บางเรื่องในอดีต ก็ไม่ต้องไปเคร่งจนเกินงามก็ได้ครับ
ระบบการศึกษามันล้าหลังเพราะมัวสนใจเรื่องยิบย่อย
ผมไม่ได้แอนตี้ระเบียบนะ ผมแค่ไม่โอเคกับความเยอะ

แค่รายละเอียดยิบย่อย ต้องตีกรอบเด็กทำไมเยอะแยะ
ปล่อยให้เด็กได้มีอิสระบ้างเถอะครับ โถ่การศึกษาไทย
เด็กสมัยนี้ โตมาเลยกลายเป็น 'มนุษย์เอ๋อ' ไปหมดไง
ใช้จินตนาการไม่เป็น ไม่กล้าแสดงออก เอ๋อแดกไปหมด

สลด!! รับเปิดเทอม 2 เด็กหญิงแอบไปเล่นน้ำพบจมใต้สระ

สลด!! รับเปิดเทอม 2 เด็กหญิง แอบไปเล่นน้ำสระในวัดจนค่ำ ญาติออกตามหาวุ่น พบรองเท้าเตะอยู่ข้างสระ รีบลงงมค้นหา แต่ช่วยชีวิตไม่ทัน

สลด!! รับเปิดเทอม 2 เด็กหญิง แอบไปเล่นน้ำสระในวัดจนค่ำ ญาติออกตามหาวุ่น พบรองเท้าเตะอยู่ข้างสระรีบลงงมค้นหาแต่ช่วยไม่ทัน พบกลายเป็นศพจมอยู่ใต้สระ พ่อแม่ญาติเห็นร่างไร้วิญญาณร่ำไห้ปิ่มจะขาดใจ ซื้อชุดนักเรียนใหม่ไว้ให้แต่ไม่ทันได้ใส่
           เมื่อวันที่ 16 พ.ค.2560 ที่บริเวณสระในวัดโนนสำราญ ต.ห้วยหิน อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ พบกลุ่มชาวบ้านกำลังช่วยกันงมหา 2 เด็กหญิง ที่คาดว่าแอบมาเล่นน้ำ จากการสอบถามพ่อและแม่ของ ด.ญ.อภิญญา ทองเงิน อายุ 6 ขวบ และ ด.ญ.พิทยา วิชัยศรี อายุ 7 ขวบ ลูกพี่ลูกน้อง เล่าว่า เด็กทั้ง 2 คน หายออกจากบ้านเวลา 14.00 น.วันที่ 15 พ.ค. 60
           จนกระทั่งค่ำจึงนึกขึ้นได้ว่าเด็กทั้ง 2 คน เคยมาวิ่งเล่นที่แปลงปลูกมันสำปะหลังข้างวัดแล้วได้ชักชวนกันไปเล่นอยู่ข้างสระ จึงดุพร้อมห้ามไม่ให้ไปเล่นน้ำ ด้วยความเป็นห่วงจึงออกตามหาที่สระน้ำในวัดพบจักรยาน และรองเท้าเตะอยู่ข้างสระ จึงเรียกชาวบ้านและกู้ภัยช่วยงมค้นหา ใช้เวลา 2 ชั่วโมง จึงพบร่างไร้วิญญาณของหนูน้อยทั้งสองจมอยู่ใต้สระ ทันทีที่พ่อแม่ตายาย และญาติพี่น้องเห็นร่างของหนูน้อยทั้งสองก็โผเข้ากอดและร่ำไห้ปิ่มจะขาดใจ ท่ามกลางความสลดใจของชาวบ้านที่มาช่วยกันนำร่างขึ้นจากสระ
          พ่อกับแม่ของเด็กหญิงทั้งสอง กล่าวว่า เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะพึ่งซื้อชุดนักเรียนให้ลูกใหม่ไว้ใส่ไปโรงเรียนในวันที่ 16 พ.ค. ซึ่งเปิดเทอมเป็นวันแรก แต่ไม่คาดคิดว่าจะมาเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น พร้อมฝากเป็นอุทาหรณ์แก่พ่อแม่ผู้ปกครองคนอื่นควรจะดูแลลูกหลานอย่างใกล้ชิดอย่าปล่อยให้คลาดสายตา

แห่อาลัย หมอบอล ดูแลคนไข้ทั้งๆ ที่ตัวเองป่วยหนัก ทำงานจนวินาทีสุดท้าย

ชาวเน็ตอาลัยยิ่ง "หมอบอล" ผู้ห่วงคนไข้มากกว่าตัวเอง ฝืนทำงานจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต บรรยากาศงานศพที่ จ.นครศรีธรรมราช เป็นไปด้วยความโศกเศร้า

จากกรณีที่โลกโซเชียลผู้ใช้เฟซบุ๊ก Ranutkan Teangtavonpan ได้โพสต์ข้อความไว้อาลัยนายแพทย์ท่านหนึ่งว่า "...'คนไข้เตียง 5 ที่ ICU เป็นไงบ้าง' ประโยคที่หมอพูดครั้งสุดท้ายกับหนู พร้อมยื่นมือมารับชาร์จคนไข้ ที่เราถือไปให้ เพราะหมอไปตรวจไม่ไหว ทั้งๆ ที่มือหมอเองมีสายน้ำเกลือกำลัง load มี ATB กำลัง drip ในขณะที่ตัวเอง BP drop พร้อมเขียน Refer คนไข้ที่ใส่ tube และมีเคสที่หนัก 4 เคสติดกัน #ในขณะที่หมอเองก็อาการแย่เหมือนกัน
"...ไม่คิดว่ามันจะเป็นคำพูดสุดท้ายที่ได้คุยกัน ยังบอกหมออยู่เลยว่ายังไม่ได้กินขนมเหมือน W.6 เลย ไปส่งหมอกลับบ้านแล้วนะคะ #หมอเหนื่อยมามากแล้ว #ช่วยเหลือคนอื่นมามากแล้ว #หลับพักผ่อนให้สบายนะคะ #RIP"
ซึ่งหลังข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป โลกออนไลน์ก็ได้พากันแชร์และยกย่องของ "หมอบอล" นายแพทย์ฐาปกรณ์ ทองเกื้อ อายุ 30 ปี ที่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ (CHF) โดยโลกโซเชียลต่างชื่นชมหมอบอลว่า ถึงแม้หมอบอลจะเจ็บป่วยหนักแค่ไหน ก็เลือกดูแลคนไข้ก่อนเสมอ แต่กลับต้องมาเสียชีวิตในขณะทำหน้าที่รักษาคนไข้ ทำให้มีหลายคนเข้าไปโพสต์ไว้อาลัยให้กับหมอบอลและก็ชื่นชมหมอบอลทำหน้าที่ยันวินาทีสุดท้ายของชีวิต
ผู้สื่อข่าวได้รายงานจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ณ ศาลาสุริพันธ์บำเพ็ญบุญ ฌาปณสถานวัดท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวานนี้ (16 พ.ค.) ซึ่งเป็นที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของนายแพทย์ฐาปกรณ์ โดยบรรยากาศในงานศพเป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีญาติสนิทและเพื่อนๆ และผู้คนที่รู้ข่าวการจากไปของหมอบอล เดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัวทองเกื้อ อย่างไม่ขาดสาย
ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ นายณรงค์ และ นางอนงค์ ทองเกื้อ บิดาและมารดาของหมอบอล กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ครอบครัวมีลูกด้วยกัน 3 คน คือ หมอบอล นายแพทย์ฐาปกรณ์ เป็นพี่คนโต ส่วนคนที่ 2 เป็นเภสัชกรหญิงณัฐรุจา และคนทสุดท้อง กำลังศึกษาที่มหาวิทยาลัยพระมงกุฏ คณะแพทย์ศาสตร์ชั้นปีที่ 4
หมอบอลเป็นแพทย์ที่โรงพยาบาลลำปลายมา จังหวัดบุรีรัมย์ การจากไปของหมอบอลถือเป็นการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของครอบครัวทองเกื้อ ครอบครัวยังทำใจไม่ได้ มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วมาก ครอบครัวทองเกื้อเป็นครอบครัวที่อบอุ่นรักใคร่ เป็นที่รักของญาติๆ และผู้คนที่รู้จักแม้กระทั่งคนไข้ที่มารักษา ต่างรักใคร่หมอบอล เนื่องจากหมอบอลมีนิสัยเป็นกันเองและมีมนุษย์สัมพันธ์ดี
สำหรับการบำเพ็ญกุศลศพของหมอบอล ครอบครัวตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่วัดท่าโพธิ์ วันนี้จนถึงวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ และมีพิธ๊ฌาปนกิจศพ วันที่ 20 พฤษภาคม ณ เมรุ วัดท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช